การศึกษาไม่ได้เป็นบรรทัดฐานของมนุษย์ในการใช้ชีวิตคู่ด้วยกันหรอกค่ะ ความเป็นคนต่างหากที่บ่งบอกได้ว่าคุณมีทัศนคติ ความคิดความอ่านที่ดีแค่ไหน บางคนจบ ป6 เป็นเจ้าของกิจการ เจ๊งแล้วทำใหม่อยู่หลายรอบ จนชีวิตประสบความสำเร็จ เนื่องมาจากเรียนรู้สิ่งผิดพลาด ทั้งนี้ก็เพราะประสบการ์การมันสั่งสอนมาให้เขาเรียนรู้ ซึ่งในสิ่งที่หนังสือ ห้องเรียน โรงเรียน มหาวิทยาลัยหรือแม้กระทั่งคุณครูบางทียังไม่มีปัญญาสอน สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นเพราะเนื่องมาจากการใช้ชีวิตของแต่ละคนค่ะ ต่างจากคนที่เรียนจบสูงๆ คนเหล่านี้ภูมิใจในปริญญาที่ตนถือไว้อวดอ้าง บอกเล่าสรรพคุณที่มีอยู่ในตัวเพื่อเป็นจุดขาย แต่หากส่งคนเหล่านี้ไปเผชิญโลกกว้าง บุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ล้มเหลวเหมือนๆกับคนที่ไม่มีการศึกษาทั้งนั้นแหละค่ะ เพราะในตำราเขาไม่ได้สอนให้คุณเผญิชกับความล้มเหลว ดังนั้นอย่าใช้การศึกษามาวัดค่าของคนใดคนหนึ่ง มหาเศรษฐีดังๆของโลกน้อยคนมากที่จะจบปริญญาตรี เพราะเขาตั้งหน้าตั้งตาหาเงิน ใช้ประสบการณ์มาลองผิดลองถูก ส่วนลูกจ้างทั่วไปก็จบปริญญาตรีเพราะกลัวการเดินนอกเส้น ในเมืองไทยคนจบปริญญาตร ป.โท เดินสวนสนามกันให้วอน มีค่าอะไรหากสมองว่างเปล่า ฝรั่งส่วนมากเรียนจบมัธยมปลายก็ต้องออกมาตั้งตัวเอง อยู่อพารเม้นท์หาเงินเรียนเอง จึงไม่แปลกที่บางคนมีความรู้ความสามารถมากกว่า คนไทยที่จบสูงๆ ทั้งนี้ก็เพราะ คนไทยส่วนมากมีครอบครัวที่คอยสนับสนุน ทำงานได้สองเดือน เกลียดเจ้านาย เบื่อเพื่อนร่วมงานก็ลาออกมานั่งๆ นอนๆให้พ่อแม่เลี้ยง แต่ฝรั่งเขาทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะพ่อแม่เขาไม่ได้เลี้ยงลูกให้ขี้เกียจอย่างเราๆ จึงไม่แปลกที่ฝรั่งจะไม่ได้จบปริญญาตรีกันทุกคน
ดินฉันเองมีเพื่อนหลายคนที่จบปริญญาเอก คนหนึ่งเป็นชายชาวอเมริกัน ทำงานส่งตัวเองเรียน ขอทุนรัฐบาลจนจบPHD แต่เรื่องน่าเศร้าก็คือ เขาไม่ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตครอบครัว แต่งงานแล้วหย่า หลายครั้งหลายหน ภายในเวลาไม่กี่ปี ทั้งนี้ก็เพราะเขาคิดว่าการใช้ชีวิตแบบสามีภรรยา หาอ่านได้ตามหน้าหนังสือ กับอีกคนเป็นสาวไทยที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย จบมาก็แต่งงานเลย เหตุผลก็เพราะขี้เกียจทำงาน หรือเลือกงาน ไม่มีใครจ้าง การศึกษาสูงเกิน เป็นโสดอยู่นานไม่มีผู้ชายกล้าเป็นแฟน พ่อแม่เลยต้องจับให้แต่งงานกับญาติตัวเอง อีกคนหนึ่งเป็นลูกคนเดี่ยว บ้านฐานะดีมาก เรียนจนกระทั้งอายุสี่สิบก็ยังเรียนอยู่เหตุผลก็เพราะถ้าออกมาทำงาน พ่อแม่ก็ไม่ให้เงินใช้ ทุกวันนี้ก็ยังเรียนอยู่อายห้าสิบกว่าแล้ว มีปริญญาเก็บไว้ในตู้เชฟอยู่ไม่หน้าจะต่ำกว่าสิบใบ ชีวิตไม่เคยทำงาน จีบผู้หญิงไม่เป็น ทำอะไรไม่เป็น จนพ่อแม่ตายก็นั่งๆนอนใช้สมบัติ แต่ชีวิตไม่มีความสุข กินอะไรก็ต้องระวัง เพราะออกไปหางานทำไม่มีใครจ้าง กลัวเงิน สมบัติที่มีจะหมด ต้องประหยัดใช้ชีวิตยิ่งกว่าคนจนซะอีก
ตรงกันข้ามกับผู้หญิงหลายๆคนที่ดิฉันรู้จัก พวกเขาเรียนจบไม่สูง แต่ได้มีโอกาศพบผู้ชายที่การศึกษาสูงส่ง ชาติตระกูลดี มีทั้งยศฐาบรรดาศักดิ์ อยู่กินกันมาหลายสิบปี เพราะผู้หญิงพวกนั้นรู้จักโอนอ่อนผ่อนตาม ดูแลลูกและสามีดีตลอดมา เป็นแม่บ้านแม่เรือน ชีวิตพวกเขาก็มีความสุขดีโดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้มีการศึกษาสูง
ดังนั้นก็สรุปได้ว่า มันไม่จำเป็นเสมอไปหรอกค่ะ ว่าการศึกษาจะทำให้คนบางคนมันดูดีเหนือกว่าคนอื่นๆเสมอไป การใช้ชีวิตคู่ คือเขาและเราต้องมีสิ่งที่เหมือนกัน นิสัยคล้ายกัน ชอบกิน ชอบท่องเที่ยว ชอบใช้ชีวิตเหมือนกัน อื่นๆที่คล้ายกัน เข้ากันได้ดี นั้นแหละค่ะคือสิ่งที่คุณควรใช้เป็นบรรทัดฐานในการเลือกคู่
I agree with you na ka,
ReplyDeleteอกหักครั้งแรกเพราะประโยคนี้แท้.ๆท้าทายมาก. ถ้าคิดจะรักอย่ากลัวอกหักซิน้อง. อือๆๆๆดังเปาะเลยเห็นด้วยทุกเหตุผล
ReplyDeleteพี่ลี ขอบคุณนะค่ะที่แวะเข้ามาอ่านจ้า
ReplyDeleteพี่มาตา เราอย่าได้แคร์สื่อในและสื่อนอก อิอิอิ เพราะเรามันเมียฝรั่งรุ่นสะเทินน้ำสะเทินบก แอบแซวๆ